วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

การพัฒนาบุคลากรด้วยการปฏิบัติงานข้ามสายงาน

Cross Functional Development



ปัจจุบัน ผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการบริหารงานบุคลากรในองค์กร โดยเฉพาะการปฏิบัติงานในแต่ละฝ่ายงาน ส่วนงาน หน่วยงานหรือทุกแผนกงานในองค์กร ซึ่งต่างมีเป้าหมาย ในการทำงาน ( Goals ) และตัวชี้วัดผลงาน ( Key Performance Indicators ) ให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ขององค์กร และส่งผลต่อความสำเร็จของเป้าหมายขององค์กร แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาสำหรับผู้บริหารที่สร้างความหนักอกหนักใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรในแต่ละฝ่ายงาน/ส่วนงาน ก็คือ การสร้างอาณาจักรส่วนตัวของแต่ละฝ่ายงาน / ส่วนงานของตนเอง ( The Enterprise of Department )
การสร้างอาณาจักรส่วนตัวของแต่ละฝ่ายงาน / ส่วนงานในองค์กร จะมีวิวัฒนาการที่ค่อยเป็นค่อยไป และค่อยๆ ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อการสื่อสารภายในองค์กร การทำงานข้ามสายงานของพนักงาน บรรยากาศในที่ทำงาน คุณภาพของงาน สัมพันธภาพในงาน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน และอาจยกระดับความรุนแรงถึงขั้นการมีการเมืองในองค์กรและการแตกแยกความสมัครสมานสามัคคีของพนักงานในองค์กร
หลักสูตรนี้ ได้นำปัญหาดังกล่าวมาออกแบบเพื่อป้องกันหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าว ให้สอดรับต่อความต้องการและความคาดหวังของผู้บริหาร ในอันที่จะส่งเสริมและสรรสร้าง ความเข้าใจในบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานในแต่ละตำแหน่งงานในองค์กร การทำงานข้ามสายงานของแต่ละฝ่ายงาน /ส่วนงาน ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันจะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ( Sustainable Organization ) และพนักงานปฏิบัติงานอย่างมีความสุข ( Happy Workplace ) และผูกพันกับองค์กร ( Employee Engagement )

วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม

พนักงานเข้าใจถึงความคาดหวังของผู้ประกอบการ / ผู้บริหาร
พนักงานเข้าใจถึงบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง
เพื่อพัฒนาและปรับปรุงทักษะการทำงานข้ามสายงานของพนักงาน
ผู้บริหารใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการบุคลากรในองค์กร
ป้องกันการเกิดปัญหาการเมืองในองค์กร
เสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีของพนักงานในองค์กร

หัวข้อในการฝึกอบรม

Ø ความคาดหวังของผู้บริหารที่มีต่อพนักงาน
Ø บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของพนักงานทุกคน
Ø การเรียนรู้การทำงานเป็นทีมและการทำงานข้ามสายงาน
Ø พฤติกรรมการสื่อสารการเรียนรู้การทำงานเป็นทีมและการทำงานข้ามสายงาน
Ø การบริหารทีมงาน ( Team Management )
Ø การบริหารโครงการธุรกิจ ( Business Project Management )

คุณสมบัติผู้เข้ารับการฝึกอบรม : ผู้บริหาร, ผู้จัดการ, หัวหน้างาน, พนักงาน และผู้ต้องการพัฒนาตนเอง
รูปแบบการฝึกอบรม : บรรยาย และWork Shop
ระยะเวลาการฝึกอบรม : 1 วัน


ผลประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ

Ø พนักงานรับรู้และทราบถึงความคาดหวังของผู้บริหาร
Ø พนักงานเข้าใจถึงบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง
Ø ลดช่องว่างการทำงานข้ามสายงานในแต่ละฝ่ายงาน/ส่วนงาน
Ø องค์กรประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ
Ø ทีมงานมีประสิทธิภาพและสมัครสมานสามัคคี
Ø เป็นองค์กรแห่งความสุข ( Happy Workplace )
Ø พนักงานมีความพึงพอใจในการทำงานและผูกพันกับองค์กร

วิทยากร
อ.สมชาย หลักคงคา ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและจิตวิทยาการบริหาร

E-mail: somchailak@hotmail.com
Mobile: 081-6529843

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552

การเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ


ทำไมจึงเกิดอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงาน? เป็นคำถามที่หลายๆ องค์กร ให้ความสนใจและต้องการทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง เพราะไม่ต้องการให้พนักงานเกิดการบาดเจ็บ พิการ หรือการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน อันจะนำมาซึ่งการสูญเสียในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียในด้านทรัพย์สิน สูญเสียชีวิต สูญเสียขวัญและกำลังใจ และอื่นๆ อีกมากมาย

สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงาน โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ( Unsafe Conditions ) ความบกพร่องของระบบการจัดการ ( Failure of Management ) และการกระทำที่ไม่ปลอดภัย ( Unsafe Actions )

หลักสูตรการเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะนำเสนอแนวทางในการกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในสถานประกอบการ ในทุกแง่มุม รวมถึง การเสริมสร้าง การจูงใจและกระตุ้นเตือนจิตสำนึกของพนักงานทุกคน ให้มีความตระหนักในการทำงานด้วยความปลอดภัย ( Safety Awareness and Safety First ) มีความคิดเชิงบวกในการทำงาน ( Positive Thinking ) มีความสุขในการทำงาน ( Working Happily ) อันจะส่งผลให้เกิดคุณภาพ ( Quality ) ของผลิตภัณฑ์ และประสิทธิภาพ ( Efficiency ) ในการทำงาน ของตัวพนักงานโดยตรง

วัตถุประสงค์ในการฝึกอบรม
- เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุหรือการประสบอันตรายอันเนื่องมาจากการทำงาน
- เพื่อกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ
- เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีให้กับพนักงาน
- เพื่อสร้างวัฒนธรรมทางความคิดให้พนักงานตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงาน มีความคิดเชิงบวกและมีความสุขในการทำงาน

หัวข้อการฝึกอบรม
- แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานในสถานประกอบการอย่างปลอดภัย
- วิธีสร้างความสุขและสนุกกับการทำงาน
- บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- Best Practice 20 ประการ ที่จะนำองค์กรไปสู่ Zero Accident
- วงจรชีวิตในการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัย

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
- ผู้บริหาร, ผู้อำนวยการ, ผู้จัดการ, หัวหน้าแผนก, หัวหน้างาน
- พนักงานทุกระดับชั้นหรือผู้สนใจ

รูปแบบการฝึกอบรม
บรรยาย พร้อม Case Study และ Brainstorm

ระยะเวลาการฝึกอบรม
1 วัน

วิทยากร
อ.สมชาย หลักคงคา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานและการโน้มน้าวจูงใจ

E-mail : somchailak@hotmail.com
Mobile : 081-6529843

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของหัวหน้างาน



ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีการแข่งขันอย่างสูงทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของผลประกอบการ ภาพลักษณ์ขององค์กร ความน่าเชื่อถือต่อลูกค้า รวมทั้งความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากปัจจัยในการบริหารทรัพยากรบุคคลในองค์กรทั้งสิ้น หัวหน้างานคือปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมให้องค์กรประสบความสำเร็จและขับเคลื่อนกลยุทธ์ต่างๆ ขององค์กร บริหารทรัพยากรบุคคลในองค์กร ให้ฝ่าฟันมรสุมและอุปสรรคต่างๆ ให้ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นและเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดแก่องค์กร หลักสูตรบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของหัวหน้างานนี้ จะชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่สำคัญและความจำเป็นที่หัวหน้างานจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อนำไปปรับใช้และพัฒนาการบริหารจัดการองค์กรและการบริหารทรัพยากรบุคคลในองค์กร เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการคาดหวังจากผู้บริหารในระดับหัวหน้างานทุกคน

วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม
เข้าใจถึงความคาดหวังของผู้ประกอบการ / เจ้าของกิจการ
เข้าใจถึงบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของหัวหน้างาน
เพื่อพัฒนาและปรับปรุงทักษะการเป็นหัวหน้างาน
เกิดความตื่นตัวในการใช้เครื่องมือในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล
ทราบถึงปัจจัยที่ส่งเสริมให้หัวหน้างานประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

หัวข้อในการฝึกอบรม
Model ความคาดหวังของผู้ประกอบการ / เจ้าของกิจการ
ลักษณะหัวหน้างานที่ลูกน้อง “ขยาด”
บทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของหัวหน้างาน
เทคนิคการเสริมสร้างภาวะผู้นำด้วยหัวใจ IM
จรรยาบรรณของหัวหน้างาน

คุณสมบัติผู้เข้าฝึกอบรม
: ผู้บริหาร, ผู้จัดการ, หัวหน้างาน, และผู้ต้องการพัฒนาตัวเอง

รูปแบบการฝึกอบรม
: บรรยายและ Work Shop

ระยะเวลาการฝึกอบรม
: 1 วัน

วิทยากร
อ.สมชาย หลักคงคา ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
E-mail: somchailak1@hotmail.com
Mobile: 081-6529843




วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ประกันสังคมกับสิทธิประโยชน์ 7 ประการ



ในทุกๆ เดือน ลูกจ้างและนายจ้างที่เข้าข่ายตามข้อกำหนดของกฎหมายประกันสังคม จะถูกหักเงินสมทบ ฝ่ายละ 5% ของค่าจ้าง ซึ่งลูกจ้างเองมักจะไม่เข้าใจถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของประกันสังคม ซึ่งมีทั้งสิ้น 7 ประการ หลักสูตรนี้ออกแบบขึ้นเพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างเข้าใจถึงสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 ประการอย่างเจาะลึก และเป็นการทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกันตน ( ลูกจ้าง ) ได้รับอัตถประโยชน์สูงสุด และสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ณ ปัจจุบัน

วัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม
- เพื่อให้ลูกจ้างและนายจ้างเข้าใจถึงสิทธิประโยชน์ 7 ประการของประกันสังคม
- เพื่อให้ลูกจ้างใช้สิทธิเกี่ยวกับประกันสังคมได้อย่างถูกต้อง
- เพื่อให้ลูกจ้างลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวในด้านการรักษาพยาบาล
- เพื่อให้ผู้ประกันตน ( ลูกจ้าง ) ได้รับอัตถประโยชน์สูงสุดในการได้รับบริการ
- และการใช้สิทธิได้ถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมายประกันสังคม
หัวข้อการฝึกอบรม
- สิทธิประโยชน์ 7 ประการของประกันสังคม
- ข้อควรคำนึงในการใช้สิทธิประโยชน์ทั้ง 7 ประการ
- ปัญหาและอุปสรรคในการให้บริการทางการแพทย์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ
- คำแนะนำผู้ประกันตน ( ลูกจ้าง ) และนายจ้างเกี่ยวกับกฎหมายประกันสังคม
คุณสมบัติผู้เข้าฝึกอบรม
ลูกจ้าง, นายจ้างและผู้สนใจทั่วไป

ระยะเวลาการฝึกอบรม
1 วัน

วิทยากร
อ.สมชาย หลักคงคา อดีตนักวิชาการประกันสังคมและผู้เชี่ยวชาญด้านกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน
E-mail : somchailak@hotmail.com
Mobile :. 081-6529843

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เทคนิคการค้นหาศักยภาพของพนักงานภาคปฏิบัติ




เมื่อองค์กรรับพนักงานเข้ามาทำงาน ความคาดหวังของผู้บริหาร ผู้จัดการหรือผู้บังคับบัญชาในทุกระดับก็คือ พนักงานจะนำศักยภาพที่มีอยู่ในตนเองออกมาใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พนักงานแต่ละคนมีความแตกต่างกันในหลายๆ ประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์หรือทักษะในการทำงาน ผู้บริหาร ผู้จัดการหรือผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับจึงมักประสบปัญหาในการที่จะนำศักยภาพที่มีอยู่ในตัวของพนักงานออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

หลักสูตรเทคนิคการค้นหาศักยภาพของพนักงานภาคปฏิบัตินี้ จะเปิดโลกทัศน์ใหม่ ในภาคทฤษฏี และฝึกค้นหาศักยภาพของพนักงานในภาคปฏิบัติควบคู่กันไป ท่านจะสามารถช่วยให้พนักงานในองค์กรของท่าน ค้นพบความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวของพนักงานและนำมาใช้ในการปฏิบัติงานให้กับองค์กรได้อย่างแท้จริงและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์
1. เพื่อช่วยให้พนักงานค้นพบความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวเขา ซึ่งยังไม่ได้นำออกมาใช้
2. เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้กับพนักงาน
3. เพื่อเพิ่มพูนทักษะให้กับพนักงาน
4. เพื่อค้นหาจุดแข็งของพนักงานให้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน
5. เพื่อกำหนดแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในองค์กร


ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ผู้บริหาร ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ
ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ
ผู้ที่ต้องการฝึกฝนและพัฒนาตนเอง

จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ประมาณ 30 คน

วิธีการฝึกอบรม
บรรยาย และฝึกปฏิบัติ

ระยะเวลาการฝึกอบรม
1วัน

วิทยากร
อาจารย์สมชาย หลักคงคา ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยาการบริหารและการบริหารทรัพยากรมนุษย์
E-mail: Somchailak@hotmail.com
Mobile: 081-6529843

หัวข้อการบรรยาย
1. นิยามของคำว่า ความรู้ ความสามารถ ทักษะ
2. กลวิธีในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพนักงาน
3. เครื่องมือในการค้นหาศักยภาพของพนักงาน
4. การฝึกภาคปฏิบัติในการค้นหาศักยภาพของพนักงาน


การประเมินผู้เข้ารับอบรม
แบบทดสอบ Pre-test / Post-test

วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ยอดผู้นำยุคใหม่


ในบางครั้งคำว่าภาวะผู้นำและการบริหารจะใช้แทนกัน แต่จริงๆแล้วทั้งสองคำนี้มีความแตกต่างกัน โดยผู้นำ อาจเป็นผู้บริหาร แต่ไม่ใช่ผู้บริหารทุกคนที่เป็นผู้นำ ดังนั้น อะไรคือ ข้อแตกต่างระหว่างสองคำนี้กันแน่ ?
การที่จะเป็นผู้นำที่ดีได้ไม่ใช่ให้คนอื่นเดินตาม แต่คนอื่นอยากเดินตามเรา และพร้อมจะเดิน เคียงข้างเรา ผู้นำเป็นสิ่งที่มีผลกระทบอย่างมากกับองค์กร ทั้งในด้านของความสำเร็จ และการกำหนดวัฒนธรรมองค์กร ผู้นำที่เข้มแข็ง และมีจริยธรรม เป็นสิ่งที่ธุรกิจ ในยุคปัจจุบันต้องการ
ความเป็นผู้นำไม่ได้เป็นแค่เพียงผู้บริหาร แต่ยังรวมถึงการมีพันธกิจ และวิสัยทัศน์สามารถทำให้วิสัยทัศน์และพันธกิจนั้นเป็นจริง

วัตถุประสงค์

เพื่อให้รู้จักกรอบความคิดของผู้นำแต่ละสไตล์
เพื่อให้เข้าใจว่ากรอบความคิดแต่ละแบบทำให้เกิดจุดแข็ง จุดอ่อน และพรสวรรค์ ของผู้นำแต่ละสไตล์
ตระหนักถึงอุปสรรค และปัญหาของผู้นำ
จัดทำแผนพัฒนาตนเองเพื่อพัฒนาความเป็นผู้นำ
ปรับเปลี่ยนกรอบความคิดในเรื่องผู้นำ เพื่อตอบสนองต่อสถานนะการณ์ได้อย่างเหมาะสมและความยืดหยุ่นมากขึ้น



หัวข้อการบรรยาย

คุณลักษณะของผู้นำ ในสไตล์เอ็นเนียแกรม
พลังบุคลิกภาพสองประการเพื่อการกระตุ้นผู้อื่น
กลยุทธ์การดึงศักยภาพ สไตล์เอ็นเนียแกรมจากลูกน้อง
การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ


ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ผู้บริหาร ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ
หัวหน้างานทุกระดับ
พนักงานทุกระดับ / ผู้ต้องการพัฒนาตนเอง

จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ประมาณ 30 คน

วิธีการฝึกอบรม
บรรยายและฝึกภาคปฏิบัติ

ระยะเวลาการฝึกอบรม
1 วัน

วิทยากร
อาจารย์ สมชาย หลักคงคา ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการสร้างแรงจูงใจ และภาวะผู้นำ
E-mail: Somchailak@hotmail.com
Mobile: 081-6529843

การประเมินผู้เข้ารับ ผู้เข้ารับการอบรม
Pre-test และ Post-test จากวิทยากร



Posted by Picasa